เชียงราย, 2 สิงหาคม 2569 – สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับจังหวัดเชียงราย ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมความพร้อมการใช้นวัตกรรม “ระบบการใช้โดรนเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือการเกิดภัยพิบัติ พื้นที่ภาคเหนือ” ณ ศูนย์พัฒนาระบบการใช้โดรนเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือการเกิดภัยพิบัติ เครือข่ายเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เพื่อยกระดับการบริหารจัดการภัยพิบัติและเสริมศักยภาพการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่เสี่ยง
การลงพื้นที่ครั้งนี้ นำโดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ พร้อมด้วย นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย รองศาสตราจารย์ ดร.สุจริต คูณธนกุลวงศ์ ผู้อำนวยการแผนงาน (Program Director) แผนงานเป้าหมายสำคัญตามยุทธศาสตร์ ววน. ประเด็น “น้ำมั่นคง ไม่ท่วม ไม่แล้ง” ใน 10 จังหวัด นางสาวเสาวนีย์ มุ่งสุจริตการ รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ นายจรัสพันธ์ อรุณคง หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงราย นายพิศิษฐ์ มิตรเกื้อกูล นายกสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ คณะผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้บริหาร วช. นักวิจัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

ดร.วิภารัตน์ กล่าวว่า วช. ให้ความสำคัญกับการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมมาสนับสนุนการบริหารจัดการภัยพิบัติของประเทศ โดยเทคโนโลยีโดรนเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเฝ้าระวัง สำรวจพื้นที่เสี่ยง และสนับสนุนการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ควบคู่กับการพัฒนาบุคลากรและเครือข่ายนักบินโดรนที่มีความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจจริง ทำให้หน่วยงานในพื้นที่สามารถเข้าถึงข้อมูลสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ และบริหารจัดการสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
ด้านนายประเสริฐ กล่าวว่า จังหวัดเชียงรายเป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุทกภัยและดินถล่ม โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอแม่สายที่เคยประสบเหตุการณ์น้ำหลากครั้งใหญ่ การนำระบบโดรนมาใช้สนับสนุนการปฏิบัติงาน จะช่วยให้การสำรวจพื้นที่เสี่ยง การติดตามสถานการณ์ และการวางแผนช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็วและแม่นยำมากยิ่งขึ้น ถือเป็นการยกระดับศักยภาพการบริหารจัดการภัยพิบัติของจังหวัด และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย

นายพิศิษฐ์ กล่าวว่า สมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ ได้ร่วมกับ วช. พัฒนาและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีโดรนเพื่อสนับสนุนภารกิจด้านภัยพิบัติ พร้อมสร้างเครือข่ายนักบินโดรนที่ผ่านการอบรมตามมาตรฐาน เพื่อสนับสนุนการสำรวจพื้นที่ การติดตามสถานการณ์ และการลำเลียงสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยพร้อมบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อให้เทคโนโลยีโดรนสามารถนำไปใช้รับมือภัยพิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับโครงการพัฒนาระบบการใช้โดรนเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือการเกิดภัยพิบัติ ได้รับการสนับสนุนจาก วช. เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีโดรนและสร้างเครือข่ายนักบินโดรนที่มีศักยภาพในการปฏิบัติภารกิจตอบโต้ภัยพิบัติ ปัจจุบันจัดตั้งศูนย์พัฒนาระบบการใช้โดรนแล้ว 4 แห่ง และมีนักบินโดรนที่ผ่านการอบรมตามมาตรฐานของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยมากกว่า 100 คน พร้อมสนับสนุนภารกิจของหน่วยงานภาครัฐและเครือข่ายในพื้นที่
ภายในศูนย์มีทั้งโดรนสำรวจที่สามารถส่งข้อมูลภาพแบบเรียลไทม์ และโดรนลำเลียงที่สามารถบรรทุกสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้สูงสุด 50 กิโลกรัม พร้อมทั้งมีแผนพัฒนาระบบแจ้งเตือนภัยผ่านโดรนและสถานีจอดโดรนอัตโนมัติ (Drone Box) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเฝ้าระวัง การติดตามสถานการณ์ และการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินในอนาคต อันเป็นการยกระดับการบริหารจัดการภัยพิบัติของประเทศด้วยวิจัยและนวัตกรรมอย่างเป็นรูปธรรม









