กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับสมาพันธ์และมูลนิธิชมรมเดินวิ่งเพื่อสุขภาพไทย และภาคีเครือข่าย เดินหน้าขับเคลื่อนคนไทย “ลุกขึ้นขยับ” เพื่อลดความเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ผ่านกิจกรรม “เดิน-วิ่งสมาธิ วิสาขะ พุทธบูชา ถือศีลห้า ลด ละ อบายมุข ปี 2569” ครั้งที่ 25 เตรียมจัดพร้อมกัน 70 พื้นที่ทั่วประเทศ ในวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 ภายใต้แนวคิด “หยุดนิ่ง = เสี่ยงโรค ลุกวิ่ง = เปลี่ยนชีวิต”

ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เปิดเผยว่า กิจกรรมดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงการออกกำลังกาย แต่เป็นการใช้ “พลังศาสนาและวัฒนธรรม” มาเป็นแรงขับเคลื่อนให้ประชาชนทุกช่วงวัยหันมาใส่ใจสุขภาพกายและใจอย่างจริงจัง ผ่านการผสานแนวคิด “Active Living” หรือวิถีชีวิตกระฉับกระเฉง เข้ากับ “Mindfulness in Physical Activity” หรือการมีกิจกรรมทางกายอย่างมีสติ
“กายแข็งแรงต้องเคลื่อนไหว จิตแข็งแกร่งต้องสงบนิ่ง” คือแนวคิดสำคัญของกิจกรรมในปีนี้ ที่ใช้ช่วงวันวิสาขบูชาเป็นจุดรวมพลังของผู้คนทั่วประเทศ ให้หันมาดูแลสุขภาพผ่านการเดิน วิ่ง และฝึกสมาธิ โดยไม่เน้นการแข่งขัน แต่เน้นการมีส่วนร่วมและเข้าถึงได้ทุกเพศทุกวัย

สำหรับเป้าหมายในปี 2569 ตั้งเป้ามีผู้เข้าร่วมไม่น้อยกว่า 30,000 คนทั่วประเทศ พร้อมสร้าง “นักวิ่งหน้าใหม่” อย่างน้อยร้อยละ 10 เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่ไม่เคยมีกิจกรรมทางกาย หรือมีกิจกรรมทางกายไม่สม่ำเสมอ ได้เริ่มต้นดูแลสุขภาพอย่างปลอดภัยและต่อเนื่อง

ดร.นพ.ไพโรจน์ กล่าวว่า ปัจจุบันปัญหา “พฤติกรรมเนือยนิ่ง” หรือการมีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอ เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของโรค NCDs เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน และความดันโลหิตสูง โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำให้ผู้ใหญ่มีกิจกรรมทางกายระดับปานกลางอย่างน้อย 150-300 นาทีต่อสัปดาห์ ขณะที่ข้อมูลพบว่าคนไทยอายุ 18 ปีขึ้นไป ร้อยละ 28.9 ยังมีกิจกรรมทางกายต่ำกว่าเกณฑ์
ทั้งนี้ สสส.มุ่งหวังให้กิจกรรมดังกล่าวเป็นมากกว่าการรณรงค์ระยะสั้น แต่เป็นการสร้าง “วิถีชีวิตสุขภาวะ” ให้เกิดขึ้นจริงในระยะยาว

ด้านนายประสาร จิรชัยสกุล ประธานมูลนิธิสมาพันธ์ชมรมเดินวิ่งเพื่อสุขภาพไทย กล่าวว่า จุดเด่นของกิจกรรมคือการออกแบบให้เข้าถึงง่ายและปลอดภัย ไม่จำกัดเฉพาะนักวิ่งมืออาชีพ แต่เปิดพื้นที่ให้เด็ก ผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุ รวมถึงผู้เริ่มต้นออกกำลังกาย สามารถร่วมกิจกรรมได้ทั้งการเดิน วิ่ง และฝึกสมาธิ
สำหรับกิจกรรมในกรุงเทพมหานคร จะจัดขึ้นที่สวนสราญรมย์ ผู้สนใจสามารถสมัครได้ทาง Thai Jogging ค่าสมัคร 200 บาท โดยผู้เข้าร่วมจะได้รับเสื้อที่ระลึก และเหรียญพระผง “ปางถวายเนตร” หลังเข้าเส้นชัย ภายในงานยังมีกิจกรรมทำบุญตักบาตร และพระสงฆ์แสดงสัมโมทนียกถาอีกด้วย
ขณะที่ผลการจัดงานในปี 2568 ที่ผ่านมา สามารถจัดกิจกรรมได้ถึง 74 พื้นที่ ใน 55 จังหวัด มีผู้เข้าร่วมกว่า 38,431 คน และพบว่าผู้เข้าร่วมมีกิจกรรมทางกายเฉลี่ย 143 นาทีต่อสัปดาห์ ใกล้เคียงเกณฑ์มาตรฐานของ WHO สะท้อนว่าหากได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง จะสามารถพัฒนาไปสู่ระดับกิจกรรมทางกายที่เพียงพอได้
นายประสาร กล่าวว่า “การมีกิจกรรมทางกายไม่ใช่เรื่องไกลตัว และการมีสติไม่ใช่เรื่องเฉพาะในวัด แต่เป็นทักษะที่ฝึกได้ในทุกก้าวของการเคลื่อนไหว กิจกรรมเดิน-วิ่งสมาธิ วิสาขะ จึงไม่ใช่เพียงกิจกรรมสุขภาวะ แต่คือการขับเคลื่อนสังคมไทยให้แข็งแรงจากภายในอย่างแท้จริง”








