“ยศชนัน” ขึ้นเวทีโลก STS forum 2026 ที่ญี่ปุ่น เสนอแนวคิด Natural Capital Financing ผลักดันทุนธรรมชาติสู่กลไกการลงทุนรูปแบบใหม่ ชูไทยเป็นพื้นที่ต้นแบบ เชื่อมวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจควบคู่การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม พร้อมร่วมแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์กับผู้นำระดับโลก รับมือความท้าทายด้าน AI และการพัฒนาที่ยั่งยืน**

ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมปาฐกถาพิเศษในพิธีเปิดการประชุม Science and Technology in Society Forum 2026 หรือ STS forum 2026 ครั้งที่ 23 พร้อมนำเสนอแนวคิด **Natural Capital Financing** การพัฒนากลไกทางการเงินเพื่ออนุรักษ์ ฟื้นฟู และเพิ่มมูลค่าทรัพยากรธรรมชาติ โดยมุ่งผลักดันให้ทุนธรรมชาติกลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบเศรษฐกิจและการลงทุนเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน
ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน กล่าวว่า การรับมือกับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมในอนาคต จำเป็นต้องมองไกลกว่าเพียงการซื้อขายคาร์บอนเครดิต (Carbon Credit) และเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) โดยต้องให้ความสำคัญกับความหลากหลายทางชีวภาพ ป่าไม้ ทรัพยากรน้ำ และระบบนิเวศ ซึ่งถือเป็นทุนธรรมชาติที่มีคุณค่าทั้งด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของประชาชน

พร้อมเสนอให้ประเทศไทย ซึ่งมีความหลากหลายทางชีวภาพสูง เป็นพื้นที่ต้นแบบในการพัฒนากลไกทางการเงินที่เชื่อมโยงการอนุรักษ์ธรรมชาติเข้ากับการลงทุน เพื่อพิสูจน์ว่าการรักษาทรัพยากรธรรมชาติสามารถดำเนินควบคู่กับการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและการพัฒนาที่ยั่งยืนได้อย่างเป็นรูปธรรม
แนวคิดดังกล่าวสะท้อนบทบาทของประเทศไทยในการนำวิทยาศาสตร์ การวิจัย และนวัตกรรมมาเชื่อมโยงกับรูปแบบการพัฒนาเศรษฐกิจยุคใหม่ โดยเฉพาะการสร้างระบบที่ทำให้คุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติได้รับการยอมรับในระบบเศรษฐกิจและการลงทุน ซึ่งจะช่วยสร้างแรงจูงใจให้ภาครัฐ ภาคเอกชน นักลงทุน และชุมชน เข้ามามีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ พร้อมสร้างผลตอบแทนทางเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว
**เวทีโลกชู Holistic Design รับมือความท้าทายแห่งอนาคต**
ภายในพิธีเปิด ศาสตราจารย์ Hiroshi Komiyama ประธาน STS forum กล่าวถึงความท้าทายระดับโลก ทั้งพลังงาน อาหาร น้ำ สุขภาพ ความเหลื่อมล้ำ สังคมสูงวัย และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งมีความเชื่อมโยงกันอย่างซับซ้อน โดยเสนอแนวคิด Holistic Design หรือการออกแบบเชิงองค์รวม ที่บูรณาการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สถาบัน ตลาด และคุณค่าของมนุษย์เข้าด้วยกัน

ขณะเดียวกัน ปัญญาประดิษฐ์ (AI) มีศักยภาพในการเชื่อมโยงองค์ความรู้และสนับสนุนการตัดสินใจ แต่จำเป็นต้องมีระบบกำกับดูแลที่เหมาะสม ยึดมนุษย์เป็นศูนย์กลาง และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อร่วมกันออกแบบอนาคตอย่างยั่งยืน
ด้านนางซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ส่งสารเนื่องในพิธีเปิด โดยเน้นย้ำถึงความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของ AI และการเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลต่อทิศทางการวิจัยและพัฒนา ตลอดจนห่วงโซ่อุปทานด้านเทคโนโลยีของโลก
ญี่ปุ่นจึงให้ความสำคัญกับการใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อแก้ไขปัญหาสังคม ควบคู่กับการเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและขีดความสามารถในการแข่งขัน พร้อมผลักดันความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อสร้างสังคมที่ยั่งยืน ปลอดภัย และมีคุณภาพชีวิตที่ดี
**สหรัฐฯ เสนอ New Golden Age of Science ใช้ AI เร่งการค้นพบทางวิทยาศาสตร์**
นาย Michael Kratsios ผู้ช่วยประธานาธิบดีและผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งทำเนียบขาว สหรัฐอเมริกา นำเสนอแนวคิด New Golden Age of Science โดยมุ่งปรับระบบสนับสนุนการวิจัยให้มีความยืดหยุ่น เปิดโอกาสให้นักวิทยาศาสตร์และบุคลากรรุ่นใหม่เข้าถึงเทคโนโลยีขั้นสูง และใช้ AI เป็นเครื่องมือเพิ่มศักยภาพของมนุษย์ในการค้นพบองค์ความรู้ใหม่

พร้อมเสนอ Kyoto Vision for a Golden Age เพื่อยกระดับระบบวิจัยและส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศในการนำเทคโนโลยีใหม่มาขับเคลื่อนนวัตกรรมและความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์
ขณะที่นาย Jun Sawada ประธานกรรมการบริหาร NTT และรองประธานสหพันธ์ธุรกิจญี่ปุ่น (Keidanren) กล่าวถึงบทบาทของภาคอุตสาหกรรมในการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา รวมถึงการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในยุค Generative AI พร้อมเสนอแนวคิด Multilayered Society of Values ซึ่งให้ความสำคัญกับความหลากหลายของคุณค่าในสังคม และการใช้เทคโนโลยีโดยคำนึงถึงความเป็นมนุษย์
ด้าน Dr. Kristina Kallas รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการและการวิจัย ประเทศเอสโตเนีย เน้นย้ำว่า การวิจัยไม่ควรถูกขับเคลื่อนด้วยผลตอบแทนทางธุรกิจเพียงอย่างเดียว เนื่องจากปัญหาสำคัญของมนุษยชาติ ทั้งการดื้อยาปฏิชีวนะ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความหลากหลายทางชีวภาพ และโรคหายาก อาจไม่มีผลตอบแทนทางการเงินที่ชัดเจน
จึงจำเป็นต้องรักษาสมดุลระหว่างภาครัฐ มหาวิทยาลัย และภาคเอกชน เพื่อให้องค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ยังคงเป็นประโยชน์สาธารณะ และเปิดโอกาสให้สังคมมีส่วนร่วมกำหนดทิศทางการพัฒนาเทคโนโลยี
นาย Toshikazu Nambu รองประธาน KEIZAI DOYUKAI และรองประธานบริษัท Sumitomo Corporation กล่าวเสริมว่า การรับมือความท้าทายระดับโลกต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะการเชื่อมโยงงานวิจัยเข้ากับความต้องการของสังคม เพื่อผลักดันองค์ความรู้ไปสู่การใช้ประโยชน์จริงในวงกว้าง
**วช. เดินหน้าเชื่อมเครือข่ายวิจัยโลก ยกระดับศักยภาพประเทศไทย**
การประชุม STS forum 2026 ครั้งที่ 23 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 4–6 ตุลาคม 2569 ณ Kyoto International Conference Center เมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น โดยเป็นเวทีระดับโลกที่รวบรวมผู้นำจากภาครัฐ ภาควิชาการ วงการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ภาคอุตสาหกรรม และองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์และสร้างความร่วมมือในการรับมือความท้าทายสำคัญของโลก
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ในฐานะหน่วยงานภายใต้กระทรวง อว. และสมาชิก Council Member ของ STS forum มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงประเทศไทยกับเครือข่ายผู้นำด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การวิจัย และนวัตกรรมระดับนานาชาติ
พร้อมเดินหน้าขยายความร่วมมือด้านการวิจัย การพัฒนากำลังคน และการสร้างเครือข่ายนักวิจัยระดับโลก เพื่อผลักดันองค์ความรู้และนวัตกรรมไปสู่การใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมให้เติบโตอย่างยั่งยืน









