บางแสนเตรียมต้อนรับนักวิ่งจากทั่วโลกสู่การแข่งขัน “Bangsaen10-2026” งานวิ่งมาตรฐาน World Athletics Elite Label ต่อเนื่องเป็นปีที่ 11 พร้อมยกระดับการแข่งขันบนเส้นทางระดับเวิลด์คลาส และเปิดพื้นที่ให้นักวิ่งทุกช่วงวัยได้สัมผัสประสบการณ์การแข่งขันระดับโลก โดยหนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือการล่ารางวัล “ลิง Top 100” และการชิงเงินรางวัลสำหรับผู้ทำลายสถิติสนามและสถิติประเทศไทย

นายรัฐ จิโรจน์วณิชชากร Race Director และกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไมซ์ แอนด์ คอมมูนิเคชั่น จำกัด เปิดเผยว่า การจัดงานปีนี้เตรียมความพร้อมภายใต้มาตรฐานการแข่งขันระดับโลกในทุกด้าน ทั้งการปิดการจราจร 100% ตลอดการแข่งขัน ระบบตรวจบิบเพื่อยืนยันตัวตน ระบบตัดตัวนักวิ่ง (Cut-off) ประกันอุบัติเหตุ ระบบการแพทย์ฉุกเฉิน การสุ่มตรวจสารกระตุ้น (Anti-Doping) รวมถึงการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
อีกหนึ่งสีสันสำคัญคือการผนึกพันธมิตรกับ Skechers แบรนด์รองเท้าและชุดกีฬาชั้นนำระดับโลก เพื่อเติมเต็มประสบการณ์และไลฟ์สไตล์ของนักวิ่ง พร้อมตอกย้ำภาพลักษณ์ของบางแสน10 ในฐานะสนามระยะสั้นที่มีการแข่งขันอย่างเข้มข้น เพราะเป็นจุดรวมตัวของนักวิ่งสายสปีดจากทั่วประเทศและต่างชาติที่เดินทางมาพิสูจน์ความเร็วและทำลายสถิติสนาม โดยปีนี้ นายณรงค์ชัย คุณปลื้ม นายกเทศมนตรีเมืองแสนสุข เตรียมเงินรางวัลอัดฉีดสำหรับผู้ที่ทำลายสถิติสนามและสถิติประเทศไทย รางวัลละ 100,000 บาท เพิ่มความดุเดือดให้กับการแข่งขันในวันอาทิตย์นี้

นายรัฐกล่าวเพิ่มเติมว่า บางแสน10 ปีนี้ยังสะท้อนเทรนด์โลกของการออกกำลังกาย โดยเฉพาะการเติบโตของนักวิ่งรุ่นใหม่และวัฒนธรรม “Run Club” ซึ่งได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยกลุ่มนักวิ่งอายุ 25–39 ปี ในการแข่งขันปีนี้มีมากกว่า 3,000 คน สะท้อนให้เห็นว่าการวิ่งกำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตและการดูแลสุขภาพในระยะยาว

“เด็กรุ่นใหม่และกลุ่ม Run Club ในปัจจุบันไม่ได้มองว่าการวิ่ง 10 กิโลเมตร หรือ 5 กิโลเมตร เป็นเพียงเรื่องของความเท่หรือแฟชั่นชั่วคราว แต่มองว่าการออกกำลังกายคือความยั่งยืนของการดูแลสุขภาพ (Sustainable Lifestyle) งานบางแสน10 จึงเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่และคนทุกช่วงวัยได้เข้าถึงสนามระดับเวิลด์คลาสอย่างเท่าเทียม”

ด้านสิ่งแวดล้อม BANGSAEN SERIES เดินหน้าสู่การเป็นงานวิ่งรักษ์โลกอย่างเต็มรูปแบบ โดยร่วมมือกับ GRACZ ผลิตแก้วน้ำดื่มจากเยื่อพืชธรรมชาติ 100% จำนวน 1,000,000 ใบ สำหรับใช้ในงานวิ่งบางแสนทั้ง 3 รายการในปี 2026 โดยเริ่ม Kick Off ที่งานบางแสน10 พร้อมนำแก้วที่ใช้แล้วเข้าสู่กระบวนการคัดแยกและแปรสภาพเป็นปุ๋ยสำหรับบำรุงต้นไม้และเพาะชำกล้าไม้ เพื่อหมุนเวียนทรัพยากรกลับคืนสู่ธรรมชาติ
นอกจากนี้ยังมี Media AA พันธมิตรรายใหม่ที่เข้ามาช่วยผลิตสื่อสิ่งพิมพ์และป้ายต่าง ๆ ภายในงาน BANGSAEN SERIES โดยเลือกใช้ผ้ารีไซเคิลจากขวด rPET ทดแทนการใช้พลาสติก PVC สอดรับแนวคิด Recycled Event Media ขณะที่ Planet C เข้ามาช่วยให้คำปรึกษาและดูแลระบบจัดการขยะ ตั้งแต่การคัดแยกไปจนถึงการส่งขยะสู่ปลายทางที่เหมาะสม โดยมุ่งลดขยะฝังกลบและเดินหน้าสู่เป้าหมาย Zero Waste to Landfill
ขณะเดียวกัน บริษัท ไมซ์ แอนด์ คอมมูนิเคชั่น จำกัด ร่วมกับสมาคมการค้าผู้จัดงานกีฬามวลชนไทย หรือสมาคมเท็มซ่า (TMPSA) เดินหน้าโครงการ “Dream Mile: ก้าวแรกสู่โลกกว้าง” นำเยาวชนจากอำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ กว่า 40 คน มาร่วมสัมผัสประสบการณ์การแข่งขัน พร้อมเปิดโลกการเรียนรู้นอกห้องเรียนผ่านการเยี่ยมชมสวนสัตว์เปิดเขาเขียวและพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ทางทะเล มหาวิทยาลัยบูรพา
นอกจากนี้ ยังมีเยาวชนทีมกรีฑา 24 คน จากโรงเรียนศรีราชา จังหวัดชลบุรี เข้าร่วมทำหน้าที่เป็นกำแพงมนุษย์เคลื่อนที่ (Sprint) เพื่อเป็นแนวป้องกันให้นักวิ่งอีลิทระดับโลก ก่อนออกสตาร์ทไปพร้อมกับนักวิ่งกลุ่มดังกล่าว แม้จะเป็นระยะทางเพียงไม่กี่ร้อยเมตร แต่ถือเป็นประสบการณ์สำคัญและสร้างความภาคภูมิใจให้กับเยาวชนที่ได้สัมผัสบรรยากาศการแข่งขันระดับโลกอย่างใกล้ชิด
ด้านนายณรงค์ชัย คุณปลื้ม นายกเทศมนตรีเมืองแสนสุข ในฐานะเจ้าบ้าน กล่าวว่า เทศบาลเมืองแสนสุขให้ความสำคัญกับการพัฒนาและปรับปรุงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับนักวิ่งและผู้ติดตามจากทั่วประเทศและทั่วโลก ทั้งการปรับปรุงภูมิทัศน์ พื้นผิวถนน ระบบไฟส่องสว่าง และการประสานงานปิดถนน 100% เพื่อสร้างความปลอดภัยสูงสุด พร้อมเชิญชวนชาวบางแสนร่วมกันเป็นเจ้าบ้านที่ดี ต้อนรับและส่งเสียงเชียร์นักวิ่งตลอดเส้นทาง
“งานวิ่งไม่ได้สร้างเพียงเม็ดเงินให้กับคนในพื้นที่และประเทศเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสให้ผู้คนจากทั่วโลกได้สัมผัสเมืองบางแสน และเห็นอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของเราผ่านงานวิ่ง นี่จึงเป็นเหตุผลที่เราให้ความสำคัญกับการจัดงานในทุกมิติ เพื่อให้บางแสน ชลบุรี เป็นเมืองกีฬาระดับโลกที่พร้อมต้อนรับนักวิ่งจากทั่วโลก”
ขณะที่นายแพทย์ธนัช ตันสุขชัย ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมิติเวช ชลบุรี และ Medical Director งานบางแสน10 กล่าวว่า ปีนี้ทีมแพทย์ได้สื่อสารเชิงรุกไปยังนักวิ่งล่วงหน้า ทั้งเรื่องการเตรียมความพร้อมของร่างกายและการดูแลสุขภาพ โดยเน้นให้นักวิ่งประเมินตนเองและ “ฟังเสียงร่างกายตัวเอง” ระหว่างการแข่งขัน เพื่อลดความเสี่ยงจากการบาดเจ็บรุนแรงและลดภาระการทำงานของทีมแพทย์
สำหรับระบบการแพทย์ฉุกเฉินยังคงจัดเตรียมอย่างเต็มรูปแบบ โดยมีบุคลากรทางการแพทย์ กู้ภัย และอาสาสมัครกว่า 330 คน พร้อมรถพยาบาลฉุกเฉินชั้นสูง และเครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้า (AED) กว่า 30 เครื่อง ประจำจุดแพทย์ตลอดเส้นทาง เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือนักวิ่งได้อย่างรวดเร็วและเป็นไปตามมาตรฐานทางการแพทย์ของการแข่งขันระดับ World Athletics Elite Label
Bangsaen10-2026 จึงไม่เพียงเป็นสนามสำหรับการประลองความเร็วของนักวิ่งระดับโลก แต่ยังเป็นเวทีที่รวมพลังของนักวิ่ง Gen ใหม่ ชุมชน ภาคธุรกิจ เยาวชน และพันธมิตรด้านสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกัน เพื่อผลักดันบางแสนให้ก้าวสู่การเป็น “เมืองกีฬาโลก” ควบคู่กับการสร้างวัฒนธรรมการออกกำลังกายและการจัดงานอย่างยั่งยืน









