สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับจังหวัดเชียงราย ลงพื้นที่อำเภอแม่สาย ติดตามการประยุกต์ใช้ผลงานวิจัยและนวัตกรรมด้านการบริหารจัดการอุทกภัยและดินถล่ม โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ พร้อมด้วย นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย รองศาสตราจารย์ ดร.สุจริต คูณธนกุลวงศ์ ผู้อำนวยการแผนงานยุทธศาสตร์ ววน. ประเด็น “น้ำมั่นคง ไม่ท่วม ไม่แล้ง” ตลอดจนผู้บริหาร วช. นักวิจัย หน่วยงานภาครัฐ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เข้าร่วมประชุมและตรวจเยี่ยมพื้นที่

ดร.วิภารัตน์ กล่าวว่า วช. เดินหน้าผลักดันการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้แก้ไขปัญหาประเทศ โดยเฉพาะการบริหารจัดการน้ำและการรับมืออุทกภัย ผ่านการบูรณาการองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ร่วมกับทุกภาคส่วน พร้อมสนับสนุนการใช้เทคโนโลยี AI ระบบติดตามและแจ้งเตือนภัย รวมถึงข้อมูลขนาดใหญ่ เพื่อช่วยสนับสนุนการตัดสินใจของหน่วยงานภาครัฐ ลดความสูญเสีย และเพิ่มความปลอดภัยให้ประชาชน
ด้านนายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ เปิดเผยว่า จังหวัดเชียงรายได้กำหนดแผนแก้ไขปัญหาอุทกภัยในอำเภอแม่สายเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะเร่งด่วน ระยะกลาง และระยะยาว ครอบคลุมการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำลำน้ำ การขุดลอกทางน้ำ การเสริมคันกั้นน้ำ และการพัฒนาโครงสร้างป้องกันน้ำถาวร ควบคู่กับการสร้างความเข้าใจและความร่วมมือจากประชาชนในพื้นที่

ขณะที่ รองศาสตราจารย์ ดร.สุจริต คูณธนกุลวงศ์ ระบุว่า ปัญหาการรุกล้ำลำน้ำทำให้เกิดคอขวด ส่งผลต่อประสิทธิภาพการระบายน้ำ จึงเสนอการใช้แบบจำลองอุทกวิทยา แผนที่เสี่ยงภัยน้ำท่วม และเทคโนโลยีดินขุดผสมซีเมนต์เหลว เพื่อเสริมความแข็งแรงของคันกั้นน้ำและเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันอุทกภัยในระยะยาว
นายธีระศักดิ์ พุทธรักษา ปลัดอำเภอแม่สาย กล่าวว่า ทุกหน่วยงานได้ร่วมกันติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมเร่งขุดลอกลำเหมือง ปรับปรุงจุดระบายน้ำ เตรียมกำลังพล เครื่องจักร และอุปกรณ์ เพื่อรองรับสถานการณ์ในช่วงฤดูฝนและลดผลกระทบต่อประชาชน
ด้าน รองศาสตราจารย์ชูโชค อายุพงศ์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นำเสนอการใช้ข้อมูลจากสถานีวัดระดับน้ำโจตาดา ประเทศเมียนมา ซึ่งสามารถประเมินเวลาที่มวลน้ำจะไหลถึงอำเภอแม่สายได้ประมาณ 4 ชั่วโมง พร้อมประยุกต์ใช้ AI และ Machine Learning วิเคราะห์ข้อมูลระดับน้ำและปริมาณฝน เพิ่มความแม่นยำในการพยากรณ์ และสนับสนุนการแจ้งเตือนผ่านระบบ Cell Broadcast และแอปพลิเคชันที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ คณะยังได้รับฟังการนำเสนอ ระบบเฝ้าระวังดินถล่มผ่าน LINE@ “มดชนะภัย” ผลงานวิจัยของ รองศาสตราจารย์ ดร.สุทธิศักดิ์ ศรลัมพ์ และคณะ จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจาก วช. โดยระบบดังกล่าวเชื่อมโยงข้อมูลปริมาณน้ำฝน ข้อมูลภาคสนาม และการวิเคราะห์ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อแจ้งเตือนความเสี่ยงดินถล่มแบบเรียลไทม์ผ่าน LINE ให้กับหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชน ปัจจุบันมีการใช้งานแล้วในหลายจังหวัด อาทิ เชียงราย น่าน เพชรบูรณ์ และนครศรีธรรมราช รวมถึงพื้นที่โครงการพัฒนาหลวง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเฝ้าระวังและลดความสูญเสียจากภัยดินถล่มได้อย่างเป็นรูปธรรม
การลงพื้นที่ครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของ วช. ในการผลักดันการใช้ประโยชน์จากผลงานวิจัยและนวัตกรรมด้านการบริหารจัดการน้ำและการป้องกันภัยพิบัติ ผ่านความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐ นักวิจัย สถาบันการศึกษา และภาคีเครือข่าย เพื่อยกระดับการบริหารจัดการอุทกภัยด้วยข้อมูล เทคโนโลยี และนวัตกรรม ลดความเสี่ยง ความสูญเสีย และสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน









