ความสามารถของนักวิจัยและนักประดิษฐ์ไทยยังคงสร้างชื่อเสียงในเวทีนานาชาติอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดผลงานนวัตกรรมจากประเทศไทยสามารถคว้ารางวัล NRCT Special Award จากเวทีประกวดสิ่งประดิษฐ์ระดับโลก The 51st International Exhibition of Inventions Geneva ซึ่งจัดขึ้น ณ Palexpo นคร Geneva สมาพันธรัฐ Switzerland เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2569 สะท้อนศักยภาพด้านการวิจัยและพัฒนาของไทยที่สามารถแข่งขันในเวทีนวัตกรรมระดับโลกได้อย่างโดดเด่น
การมอบรางวัลดังกล่าวจัดขึ้นโดย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ภายใต้ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อยกย่องนักวิจัยและนักประดิษฐ์ไทยที่สร้างผลงานนวัตกรรมคุณภาพ และสามารถนำเสนอศักยภาพของประเทศสู่เวทีนานาชาติ

ภายในพิธีได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ ดร. ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม
และ ดร. วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นผู้มอบรางวัลให้แก่นักวิจัยและนักประดิษฐ์ไทย โดยมีผลงานโดดเด่นที่ได้รับ NRCT Special Award รวมทั้งสิ้น 50 ผลงาน จากมหาวิทยาลัย สถาบันวิจัย หน่วยงานรัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษาในประเทศไทย

นวัตกรรมไทยหลากหลายสาขา ตอบโจทย์โลกอนาคต
ผลงานที่ได้รับรางวัลสะท้อนความหลากหลายของงานวิจัยไทย ตั้งแต่นวัตกรรมทางการแพทย์ เทคโนโลยีชีวภาพ เกษตรอัจฉริยะ พลังงานสะอาด ไปจนถึงโซลูชันด้านสิ่งแวดล้อมและเทคโนโลยีดิจิทัล
ตัวอย่างผลงานที่ได้รับรางวัล อาทิ
🟢กรีน–นาโนแอดจูแวกซ์ นวัตกรรมกระตุ้นภูมิคุ้มกันในสัตว์อย่างยั่งยืน จาก Chulalongkorn University
🟢เนฟโฟรเซนส์ อุปกรณ์ตรวจวัดการทำงานของไตอัจฉริยะสำหรับตรวจโรคไตเรื้อรัง จาก Thammasat University
🟢เดนท์บูสเตอร์™ เจลลดอาการเสียวฟันสำหรับใช้ที่บ้าน จาก Kasetsart University
🟢เครื่องเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลัน จาก Srinakharinwirot University
🟢KidneyX ระบบ AI ตรวจจับนิ่วในไตจากภาพรังสี สำหรับพื้นที่ทรัพยากรจำกัด จาก Chulabhorn Royal Academy
🟢CRICKETPRO ผลิตภัณฑ์โปรตีนทางเลือกจากจิ้งหรีดเพื่อสุขภาพ จาก Suan Dusit University
ขณะเดียวกันยังมีนวัตกรรมด้านพลังงานและเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น
⚫️ชิปปัญญาประดิษฐ์เพื่อการจัดการพลังงานในสังคมไฟฟ้า
⚫️ระบบบริหารจัดการสถานีชาร์จรถไฟฟ้า
⚫️โดรนปลดปล่อยจุลินทรีย์บำบัดคราบน้ำมันในป่าชายเลน
⚫️ตู้อัจฉริยะย่อยขยะอินทรีย์เพื่อลดก๊าซเรือนกระจก
ภาคเอกชนและเยาวชนไทยร่วมสร้างนวัตกรรม
นอกจากมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยแล้ว ภาคเอกชนของไทยยังมีบทบาทสำคัญในการพัฒนานวัตกรรมเชิงพาณิชย์ เช่น ผลิตภัณฑ์สมุนไพร อาหารสุขภาพ เครื่องสำอาง และเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม
ขณะเดียวกันยังมีผลงานจากนักเรียนระดับมัธยมศึกษาและสถาบันอาชีวศึกษา ที่สามารถพัฒนานวัตกรรมและคว้ารางวัลในเวทีระดับโลกได้ อาทิ
🟡ระบบ AI วิเคราะห์ฟันผุ
🟡แอปพลิเคชันฝึกมวยสากลด้วย AI และเกมมิฟิเคชัน
🟡ระบบโดรนบำบัดคราบน้ำมันในป่าชายเลน
🟡เทคโนโลยีตรวจสุขภาพแบบไม่รุกล้ำ
ตอกย้ำศักยภาพงานวิจัยไทยสู่เวทีนานาชาติ
เวที International Exhibition of Inventions Geneva ถือเป็นหนึ่งในงานแสดงนวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์ที่ใหญ่ที่สุดของโลก เปิดโอกาสให้นักวิจัยจากหลากหลายประเทศนำเสนอผลงานใหม่ ๆ และสร้างความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และอุตสาหกรรม
การที่นักวิจัยไทยสามารถคว้ารางวัลได้ถึง 50 ผลงาน ในปีนี้ จึงไม่เพียงสะท้อนความเข้มแข็งของระบบวิจัยไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญญาณสำคัญว่าประเทศไทยกำลังก้าวสู่การเป็น “สังคมนวัตกรรม” ที่สามารถพัฒนาผลงานวิจัยให้เกิดประโยชน์ทั้งเชิงเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมในระดับโลก
พร้อมกันนี้ ภายในงานยังมีการมอบ NRCT Honorable Mention Award ให้กับคณะนักวิจัยและนักประดิษฐ์ไทยที่เข้าร่วมการประกวดและนำเสนอผลงานในเวทีเดียวกัน เพื่อยกย่องความพยายามและศักยภาพของนักนวัตกรรมไทยที่ร่วมสร้างชื่อเสียงให้ประเทศ
ความสำเร็จครั้งนี้จึงถือเป็นอีกก้าวสำคัญของวงการวิจัยและนวัตกรรมไทย ที่กำลังขยายบทบาทจากห้องทดลองสู่เวทีโลก และต่อยอดสู่การพัฒนาเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมของประเทศในอนาคต









