สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) แสดงความยินดีกับนักประดิษฐ์สายอาชีวศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หลังคว้ารางวัล “กิจกรรมติดดาว” ในโครงการ “TVET Smart Idea2Innovation : สิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมอาชีวศึกษา สู่นวัตกรรมพร้อมใช้” ประจำปี 2569 โดยมุ่งต่อยอดผลงานนวัตกรรมให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง พร้อมสร้างกำลังคนคุณภาพรองรับการพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จัดกิจกรรม “TVET Smart Idea2Innovation : สิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมอาชีวศึกษา สู่นวัตกรรมพร้อมใช้” ประจำปี 2569 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ โรงแรมลายทอง จังหวัดอุบลราชธานี โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ พร้อมด้วยผู้บริหาร วช. และ สอศ. คณะผู้ทรงคุณวุฒิ และนักประดิษฐ์จาก 35 สถานศึกษา กว่า 220 คน เข้าร่วมกิจกรรม

ดร.วิภารัตน์ กล่าวว่า กิจกรรมตลอด 3 วันสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพและความคิดสร้างสรรค์ของเยาวชนอาชีวศึกษาไทย โดยผลงานสิ่งประดิษฐ์ทั้ง 5 กลุ่มเรื่องได้รับการพัฒนาและปรับปรุงจากข้อเสนอแนะของผู้ทรงคุณวุฒิ จนมีความพร้อมในการต่อยอดสู่ “นวัตกรรมพร้อมใช้” ที่สามารถตอบโจทย์ชุมชน ภาคอุตสาหกรรม และสังคมได้อย่างเป็นรูปธรรม
ภายในงานมีการมอบรางวัล “กิจกรรมติดดาว” ให้แก่ผลงานเด่นใน 5 กลุ่มสาขา โดยผลงานระดับ 5 ดาว ประกอบด้วย “เครื่องทอดพริกหัวเรือสำหรับวิสาหกิจชุมชนน้ำบักค้อ” จากวิทยาลัยเทคนิคอำนาจเจริญ, “Mecanum ESP32 Robot หุ่นยนต์เพื่อการศึกษา” จากวิทยาลัยเทคนิคบุรีรัมย์, “เครื่องอบแห้งเส้นกกแนวตั้งระบบ Rotary ทำงานแบบ Multifunction” และ “เครื่องกรอเส้นพุ่งระบบกึ่งอัตโนมัติสำหรับทอผ้าพื้นเมือง” จากวิทยาลัยเทคนิคอำนาจเจริญ

นอกจากนี้ ยังมีผลงานโดดเด่นอีกจำนวนมากที่ได้รับรางวัลระดับ 4 ดาว และ 3 ดาว ครอบคลุมด้านเกษตรกรรม สุขภาพ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ พลังงาน สิ่งแวดล้อม ตลอดจนการสร้างมูลค่าเพิ่มจากอัตลักษณ์ท้องถิ่นและ Soft Power ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถของนักศึกษาอาชีวะในการพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงในหลากหลายมิติ

ทั้งนี้ วช. ยืนยันพร้อมทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนและยกระดับนักประดิษฐ์สายอาชีวศึกษาไทย ผ่านการส่งเสริมองค์ความรู้ การพัฒนาผลงาน และการเชื่อมโยงสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและอุตสาหกรรมแห่งอนาคตของประเทศอย่างยั่งยืน








