“บางแสน42 ชลบุรี มาราธอน” (BANGSAEN42) ซึ่งปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 9 ในวันที่ 9 ธันวาคม 2568 บนเส้นทางมาราธอนมาตรฐานระดับโลก World Athletics Elite Label Road Race ที่มีนักวิ่งกว่า 12,500 คน จาก 77 จังหวัดและต่างประเทศกว่า 1,000 คน มาร่วมพิชิตระยะทาง 42.195 กิโลเมตร ท่ามกลางแสงแดดอุ่นยามเช้าและกลิ่นไอทะเลบางแสนที่คุ้นเคย

บรรยากาศตลอดเส้นทางเต็มไปด้วยเสียงเชียร์ เสียงกลองยาว และรอยยิ้มของผู้คนในพื้นที่ที่ออกมาต้อนรับนักวิ่งราวกับญาติพี่น้อง ชาวบ้านบางแสนตั้งโต๊ะน้ำ ผลไม้ และของว่างไว้ให้เติมพลังกันอย่างอบอุ่น — ภาพเหล่านี้คือเสน่ห์ที่ทำให้บางแสน42 ไม่ใช่แค่งานวิ่ง แต่คือ “เทศกาลแห่งมิตรภาพและสุขภาพ” ของเมืองชายทะเล
🏃♂️ นักวิ่งเคนยาเหมาแชมป์ – นักวิ่งไทยโชว์ฟอร์มร้อนแรง
สมกับเป็นสนามระดับโลก เมื่อปีนี้นักวิ่งจากประเทศ เคนยา แสดงศักยภาพเต็มร้อย คว้าแชมป์ทั้งประเภทชายและหญิง
Laban Kiplimo ครองแชมป์โอเวอร์ออลชาย ด้วยเวลา 2:17:53 ชั่วโมง
ขณะที่ Truphena Chepchirchir จากเคนยา เช่นกัน คว้าแชมป์หญิงด้วยเวลา 2:44:48 ชั่วโมง

ส่วนฝั่งนักวิ่งไทยก็ไม่แพ้กัน “อนุชิต จิว” และ “ปิยะนุช สุขชาติ” ทำผลงานยอดเยี่ยมคว้าอันดับหนึ่งชาย–หญิงรุ่นทั่วไปได้สำเร็จ
อนุชิตเผยหลังเข้าเส้นชัยว่า “ผมรู้สึกเหมือนได้พลังจากทุกคนที่ออกมาเชียร์ เหมือนเมืองทั้งเมืองร่วมวิ่งไปกับเรา” — คำพูดที่สะท้อนความผูกพันระหว่างกีฬาและผู้คนได้อย่างลึกซึ้ง
🌅 มากกว่างานวิ่ง…คือประสบการณ์ท่องเที่ยวเต็มเส้นทาง
เส้นทางของบางแสน42 ไม่เพียงแต่ท้าทายกล้ามเนื้อ แต่ยัง “ปลุกอารมณ์นักท่องเที่ยวในหัวใจ” ของทุกคน
นักวิ่งได้สัมผัสบรรยากาศยามเช้าริมทะเล ผ่านแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของบางแสน ไม่ว่าจะเป็น วงเวียนบางแสน–แหลมแท่น–เขาสามมุข–อ่างศิลา ที่เรียงร้อยกันเป็นภาพความงามของเมืองชายทะเลแห่งชีวิตชีวา
หลังเข้าเส้นชัย หลายคนยังคงเลือกพักผ่อนต่อที่คาเฟ่ริมทะเล เดินตลาดอ่างศิลา หรือไปจิบกาแฟชมวิวที่เขาสามมุข เรียกว่า “วิ่งจบ…แต่ใจยังไม่อยากกลับ”
เพราะทุกก้าวที่วิ่งผ่าน คือเรื่องราวที่บันทึกไว้ในความทรงจำ

🌍 บางแสน42 – เรือธงมาราธอนไทย สู่เวทีโลก
นายรัฐ จิโรจน์วณิชชากร Race Director ของงาน กล่าวว่า งานบางแสน42 ไม่ได้เป็นเพียงมาราธอนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังเป็น “เรือธงของวงการวิ่งไทย” ที่สร้างชื่อเสียงในระดับอาเซียน

> “เราต้องการให้นักวิ่งทั่วโลกเห็นว่า เมืองไทยสามารถจัดมาราธอนระดับโลกได้อย่างมีมาตรฐาน และมีเอกลักษณ์เฉพาะของเรา นั่นคือความอบอุ่นของผู้คนและเสน่ห์ของสถานที่” นายรัฐกล่าว
ปีนี้ งานบางแสน42 ยังสร้างเม็ดเงินสะพัดกว่า 500 ล้านบาท ในพื้นที่ จากการท่องเที่ยว การจองที่พัก ร้านอาหาร และกิจกรรมต่าง ๆ รอบงาน ถือเป็นตัวอย่างชัดเจนของ “Sport Tourism” ที่เชื่อมโยงกีฬาเข้ากับเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างแท้จริง
🏅 เส้นชัยนี้…คือจุดเริ่มต้นของแรงบันดาลใจ
จากภาพนักวิ่งที่โอบกอดกันหลังเส้นชัย ถึงรอยยิ้มของชาวบ้านที่ยื่นขวดน้ำให้ นักท่องเที่ยวที่มานั่งดูพระอาทิตย์ขึ้นพร้อมเสียงประกาศผลการแข่งขัน — ทั้งหมดนี้คือพลังที่ทำให้ “บางแสน42” เป็นมากกว่างานมาราธอน
มันคือการเฉลิมฉลองชีวิต การเดินทาง และหัวใจของการท่องเที่ยวไทย ที่เต้นจังหวะเดียวกันกับจังหวะหัวใจของนักวิ่งทั่วโลก









