สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือด้านการจัดทำแผนบริหารจัดการน้ำและการขับเคลื่อนเชิงพื้นที่แบบบูรณาการ พร้อมจัดเสวนาในหัวข้อ “พลิกอนาคตประเทศไทย: ฝ่าวิกฤต PM2.5 ภาคเหนือ สู่ความมั่นคงน้ำทั่วไทย” ภายในงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2569 (Thailand Research Expo 2026)

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญในการบูรณาการองค์ความรู้ งานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านน้ำ เพื่อสนับสนุนการกำหนดนโยบายและการแก้ไขปัญหาในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม โดย วช. พร้อมเชื่อมโยงเครือข่ายนักวิจัยและสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ เพื่อผลักดันงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์จริง และสร้างระบบการบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืน
ด้านคุณชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ระบุว่า การลงนาม MOU ครั้งนี้เป็นการบูรณาการ “นโยบาย วิชาการ และกำลังคน” เพื่อยกระดับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศ โดยจะร่วมกันพัฒนาแผนบริหารจัดการน้ำ ระบบสารสนเทศ และระบบเตือนภัยที่ทันสมัย รวมถึงผลักดันการนำผลงานวิจัยไปสู่การปฏิบัติจริง เพื่อรับมือความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ขณะที่ นางเบญจวรรณ ปกป้อง ผู้อำนวยการสำนักความร่วมมือ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวว่า สอศ. จะร่วมพัฒนากำลังคนเชิงปฏิบัติในระดับพื้นที่ เพื่อสนับสนุนการถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านน้ำสู่ชุมชน พร้อมร่วมขับเคลื่อนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม

ภายในงานยังมีการปาฐกถาพิเศษจากผู้ทรงคุณวุฒิด้านทรัพยากรน้ำและสิ่งแวดล้อม อาทิ ดร.วิจารย์ สิมาฉายา และ ดร.วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ที่ร่วมสะท้อนความเชื่อมโยงระหว่างปัญหาฝุ่น PM2.5 การจัดการพื้นที่ต้นน้ำ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมเสนอแนวทางการใช้ข้อมูลวิจัยและนวัตกรรมเพื่อยกระดับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมของประเทศ
นอกจากนี้ ยังมีเวทีเสวนา “พลิกอนาคตประเทศไทย: ฝ่าวิกฤต PM2.5 ภาคเหนือ สู่ความมั่นคงน้ำทั่วไทย” ที่รวบรวมผู้แทนจากภาครัฐ นักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญ ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและแนวทางการขับเคลื่อนงานวิจัยสู่การแก้ไขปัญหาเชิงพื้นที่อย่างยั่งยืน
การลงนามความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนบทบาทของ วช. ในการผลักดันงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาสำคัญของประเทศ ผ่านการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาควิชาการ เพื่อยกระดับคุณภาพสิ่งแวดล้อม เสริมสร้างความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำ และขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศอย่างสมดุลและยั่งยืน







