สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยศูนย์วิจัยแผ่นดินไหวแห่งชาติ (EARTH) ร่วมกับสถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา สภากาชาดไทย จัดกิจกรรม “การพัฒนาศักยภาพในการเตรียมความพร้อมรับแผ่นดินไหวของประชาชนโดยใช้โมเดลการเรียนรู้แบบบูรณาการ” ภายใต้งาน “หนึ่งปีเหตุการณ์แผ่นดินไหว 28 มีนาคม 2568 : บทเรียนและอนาคตความปลอดภัยสำหรับประเทศไทย” ณ อาคารสิรินทรานุสรณ์ 60 พรรษา โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการ วช. เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วยผู้บริหาร นักวิชาการ และเครือข่ายที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอย่างคับคั่ง
ดร.วิภารัตน์ ระบุว่า เหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ในประเทศเมียนมา ได้สะท้อนความเปราะบางของประเทศไทย โดยเฉพาะพื้นที่กรุงเทพมหานครที่มีลักษณะชั้นดินอ่อน ซึ่งสามารถขยายแรงสั่นสะเทือนได้มากกว่าปกติ จึงกลายเป็น “บทเรียนสำคัญ” ที่ต้องเร่งยกระดับการเตรียมความพร้อมของประเทศในทุกมิติ ทั้งด้านองค์ความรู้ งานวิจัย และการสื่อสารสาธารณะ เพื่อให้หน่วยงานและประชาชนสามารถรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แนวทางสำคัญคือการใช้ระบบวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเป็นกลไกหลักในการบริหารจัดการความเสี่ยงภัยพิบัติอย่างเป็นระบบ พร้อมผลักดันแผนด้าน ววน. สู่การสร้าง “สังคมปลอดภัย” และยั่งยืนในระยะยาว
ด้าน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กนกวรรณ สุวรรณปฏิกรณ์ อธิการสถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา สภากาชาดไทย เปิดเผยว่า การดำเนินงานด้านการเตรียมความพร้อมเริ่มต้นจากบทเรียนเหตุแผ่นดินไหวแม่ลาว ปี 2557 ก่อนพัฒนาเป็นหลักสูตรและรูปแบบการเรียนรู้สำหรับนักศึกษาและประชาชน โดยได้รับการสนับสนุนจาก วช. ในการขยายผลสู่พื้นที่เสี่ยง เช่น กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ และเชียงราย ผ่านการฝึกอบรม สื่อการเรียนรู้ และการสร้างเครือข่ายเยาวชนและชุมชน
ภายในงานมีการบรรยายวิชาการครอบคลุมทั้งมิติความเสี่ยง เทคโนโลยี และการจัดการภัยพิบัติ อาทิ การประเมินความเสี่ยงแผ่นดินไหวในประเทศไทย แนวทางออกแบบโครงสร้างอาคารให้ปลอดภัย การออกแบบพื้นที่เมืองเพื่อรองรับเหตุฉุกเฉิน รวมถึงการปฐมพยาบาลและระบบบัญชาการเหตุการณ์ ซึ่งล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญในการลดความสูญเสียเมื่อเกิดภัยพิบัติ
นอกจากนี้ ยังมีการจัดกิจกรรมฐานการเรียนรู้แบบบูรณาการ 5 ฐาน ครอบคลุมตั้งแต่การสร้างความตระหนักรู้ การปฐมพยาบาลทางกายและจิตใจ การบริหารจัดการเหตุการณ์ ไปจนถึงสถานการณ์จำลอง (Simulation) เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสามารถเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง และนำไปประยุกต์ใช้ได้ในชีวิตประจำวัน
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญ คือเวทีการแข่งขันตอบปัญหาวิชาการด้านการเตรียมความพร้อมรับแผ่นดินไหว ซึ่งช่วยกระตุ้นการเรียนรู้ในกลุ่มเยาวชน และสร้างการมีส่วนร่วมของสังคมในวงกว้าง
ทั้งนี้ จะมีการจัดประชุมวิชาการต่อเนื่องในหัวข้อ “One Year After the March 28, 2025 Earthquake: Lessons Learned and Pathways Toward Safer Thailand” ในวันที่ 31 มีนาคม 2569 ณ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อเจาะลึกประเด็นโครงสร้างอาคาร การออกแบบเมือง และแนวทางยกระดับความปลอดภัยของประเทศในระยะยาว
การจัดงานครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ สถาบันการศึกษา และภาคสาธารณสุข ในการสร้าง “ระบบเตรียมพร้อม” ที่ครอบคลุมตั้งแต่ระดับบุคคล ชุมชน ไปจนถึงระดับประเทศ เพื่อลดความเสี่ยงและเพิ่มศักยภาพการรับมือภัยพิบัติของประเทศไทยในอนาคต









