กรมควบคุมโรค จัดประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพบุคลากรและเครือข่ายด้านเวชศาสตร์ราชทัณฑ์ระยะสั้น รุ่นที่ 4 ระหว่างวันที่ 28–30 ตุลาคม 2569 ณ โรงแรมทีเค พาเลซ โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร มุ่งยกระดับระบบเฝ้าระวัง คัดกรอง ป้องกัน และควบคุมโรคในสถานที่กักขังของรัฐให้มีประสิทธิภาพ ลดการเจ็บป่วยและการเสียชีวิต พร้อมป้องกันการแพร่กระจายโรคสู่ชุมชน

พิธีเปิดได้รับเกียรติจาก พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี รองประธานคณะกรรมการมูลนิธิราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นประธาน โดยมีนายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวรายงาน พร้อมด้วย พลอากาศเอก สุบิน ชิวปรีชา กรมวังผู้ใหญ่ในพระองค์ และ ดร.พาหุรัตน์ คงเมือง ทัยสุวรรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการโครงการพระราชดำริฯ กรมควบคุมโรค ร่วมถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์

นายแพทย์มณเฑียร กล่าวว่า กรมควบคุมโรคได้น้อมนำพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์ด้านการดูแลสุขภาพผู้ต้องขัง เด็กและเยาวชนในสถานที่กักขังของรัฐ มาขับเคลื่อนผ่านโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ พร้อมพัฒนาระบบเฝ้าระวัง คัดกรอง ป้องกัน และควบคุมโรคอย่างต่อเนื่อง รวมถึงนำเทคโนโลยีและนวัตกรรม เช่น แอปพลิเคชัน Traffy Fondue มาประยุกต์ใช้ในการเฝ้าระวังและป้องกันโรค

ข้อมูลการเฝ้าระวังพบว่า สถานที่กักขังของรัฐยังมีความเสี่ยงต่อการระบาดของโรคติดต่อ โดยเฉพาะโรคระบบทางเดินหายใจ เช่น ไข้หวัดใหญ่และโควิด-19 รวมถึงโรคที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีน เช่น อีสุกอีใส หัด และคางทูม เนื่องจากผู้ต้องขังและเด็กและเยาวชนต้องอาศัยอยู่ร่วมกันอย่างหนาแน่นเป็นเวลานาน จึงมีโอกาสติดเชื้อและแพร่กระจายโรคได้ง่าย

ด้าน ดร.พาหุรัตน์ กล่าวว่า การอบรมครั้งนี้มีบุคลากรจากกระทรวงยุติธรรมและกระทรวงสาธารณสุขเข้าร่วมมากกว่า 100 คน โดยมีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญให้ความรู้ในประเด็นสำคัญ ทั้งโรคและภัยสุขภาพ การดูแลผู้ป่วยภาวะวิกฤต การบำบัดและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด ตลอดจนการดูแลผู้ต้องขังที่มีปัญหาสุขภาพจิต พร้อมศึกษาดูงาน ณ ทัณฑสถานบำบัดพิเศษกรุงเทพ เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์จากการปฏิบัติงานจริง

การประชุมครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างกรมควบคุมโรค กรมราชทัณฑ์ กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน และหน่วยงานวิชาการในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข โดยมุ่งให้ผู้เข้าร่วมอบรมนำความรู้ไปพัฒนาระบบบริการสาธารณสุขในสถานที่กักขังของรัฐ เพิ่มประสิทธิภาพการเฝ้าระวังและควบคุมโรค ลดความสูญเสียด้านสุขภาพ และสร้างความปลอดภัยให้แก่ทั้งผู้ต้องขัง บุคลากร และประชาชนในชุมชน










