Hospital Management Asia (HMA) 2026 เปิดเวทีประชุมด้านการบริหารจัดการโรงพยาบาลครั้งสำคัญของภูมิภาคเอเชีย ณ กรุงเทพมหานคร รวมผู้นำด้านสาธารณสุข ผู้บริหารโรงพยาบาล ผู้กำหนดนโยบาย บุคลากรในโรงพยาบาล และนักนวัตกรรมด้านสุขภาพจากทั่วภูมิภาคเอเชียและนานาประเทศ ร่วมขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงของระบบบริการสาธารณสุข ด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยี และแนวทางการบริหารจัดการที่มุ่งสู่ผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน
งาน Hospital Management Asia (HMA) 2026 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 2–4 กันยายน 2569 ที่กรุงเทพฯ และนับเป็นวาระพิเศษในการฉลองครบรอบ 25 ปี ของเวทีความร่วมมือด้านการบริหารจัดการโรงพยาบาลระดับภูมิภาค โดยจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Leading Change that Delivers” หรือ “ขับเคลื่อนความเปลี่ยนแปลง สู่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม”

การประชุมครั้งนี้เปิดพื้นที่ให้ผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองต่อความท้าทายที่โรงพยาบาลกำลังเผชิญ ทั้งในมิติเชิงกลยุทธ์และการปฏิบัติงาน ครอบคลุมตั้งแต่การปรับเปลี่ยนโครงสร้างกำลังคน (Workforce Transformation) ความปลอดภัยของผู้ป่วย (Patient Safety) ปัญญาประดิษฐ์ (AI) การนำเทคโนโลยีดิจิทัลและข้อมูลมาปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงาน (Digitalization) ประสบการณ์ผู้ป่วย (Patient Experience) การพัฒนาคุณภาพบริการ (Quality Improvement) และการจัดบริการสาธารณสุขที่ยั่งยืน (Sustainable Healthcare Delivery)
แม้โรงพยาบาลจำนวนมากจะลงทุนอย่างต่อเนื่องในการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล แต่ยังคงเผชิญกับความท้าทายพื้นฐานในการดำเนินงาน ไม่ว่าจะเป็นความคลาดเคลื่อนทางยา (Medication Errors) การติดเชื้อในโรงพยาบาล (Hospital-acquired Infections) การพลัดตกหกล้มของผู้ป่วย แผลกดทับ รวมถึงระยะเวลารอคอยที่ยาวนาน ทั้งการรอพบแพทย์ รอเตียง และรอคำสั่งจำหน่ายผู้ป่วยในออกจากโรงพยาบาล
เวที HMA 2026 จึงไม่ได้มุ่งเน้นเพียงศักยภาพของเทคโนโลยีใหม่ แต่ให้ความสำคัญกับความพร้อมขององค์กรด้านสาธารณสุขในการปรับเปลี่ยนกระบวนการและวัฒนธรรมการทำงาน เพื่อเปลี่ยนนวัตกรรมทางการแพทย์ให้กลายเป็นเครื่องมือที่ช่วยส่งมอบบริการสุขภาพที่ดียิ่งขึ้นแก่ผู้ป่วย พร้อมยกระดับคุณภาพและประสิทธิภาพการบริหารจัดการองค์กร
ภายในงานมีการนำเสนอมุมมองจากผู้นำด้านสาธารณสุขของประเทศไทย รวมถึงผู้แทนจากกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์อัครฐาน จิตนุยานนท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ และผู้นำจาก สมาคมโรงพยาบาลเอกชน (Thailand Private Hospital Association) พร้อมหัวข้อการประชุมที่เชื่อมโยงทิศทางอนาคตของระบบสาธารณสุขไทยเข้ากับภูมิทัศน์การพัฒนาระบบสุขภาพของภูมิภาคเอเชีย
สำหรับวันที่ 2 ของการประชุม จะมีเวทีเสวนาหัวข้อ “The Future of Thailand’s Healthcare, and Leadership Perspectives from Thailand’s Leading Hospitals” หรือ “อนาคตสาธารณสุขประเทศไทย และมุมมองจากผู้บริหารโรงพยาบาลชั้นนำ” เพื่อแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์และแนวทางการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของระบบสุขภาพ

นพ.ไพบูลย์ เอกแสงศรี นายกสมาคมโรงพยาบาลเอกชน กล่าวว่า อนาคตของระบบสาธารณสุขไทยจำเป็นต้องสร้างสมดุลระหว่างคุณภาพการดูแล ความคาดหวังของผู้ป่วย ความสามารถในการบริหารจัดการ และความสามารถในการให้บริการอย่างต่อเนื่องในระยะยาว หรือ Operational Sustainability ควบคู่กับการพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง
“โรงพยาบาลเอกชนมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนและยกระดับมาตรฐานบริการสาธารณสุข ควบคู่ไปกับการบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในระบบนิเวศด้านสุขภาพ HMA 2026 สร้างโอกาสสำคัญให้ประเทศไทยได้แบ่งปันประสบการณ์ด้านการบริหารจัดการและบริการสาธารณสุขกับผู้นำในอุตสาหกรรมของภูมิภาคเอเชีย ขณะเดียวกัน ก็เป็นโอกาสสำคัญในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากแนวทางและแนวปฏิบัติที่เกิดขึ้นในประเทศต่าง ๆ ทั่วเอเชีย” นพ.ไพบูลย์ กล่าว
หนึ่งในแนวคิดสำคัญของ HMA 2026 คือ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI และดิจิทัลสู่กระบวนการทำงานจริงในระบบบริการสาธารณสุข อาทิ การใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพเพื่อประเมินความเสี่ยงทางคลินิก (AI-powered Clinical Risk Assessment) การตัดสินใจบนพื้นฐานของหลักฐานเชิงประจักษ์ (Evidence-Based Decision-Making) การใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อออกแบบแผนการดูแลรักษา (Digital Clinical Pathways) รวมถึงการพิจารณาโอกาสและความเสี่ยงจากการนำ Generative AI และ Agentic AI มาใช้ในบริการด้านการแพทย์

นอกจากนี้ ยังมีเวิร์กช็อปก่อนการประชุมที่เจาะลึกแนวทางการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในหลากหลายมิติของการดำเนินงานโรงพยาบาล ทั้งด้านการสนับสนุนงานคลินิกและการบริหารจัดการ พร้อมพิจารณาประเด็นสำคัญด้านธรรมาภิบาลข้อมูล ความเป็นส่วนตัว ความพร้อมขององค์กร และการกำกับดูแลโดยมนุษย์
นายฟาบริซ เลอเกต์ (Fabrice Leguet) กรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท Siemens Healthineers กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงของระบบสาธารณสุขกำลังก้าวเข้าสู่ระยะใหม่ ซึ่งเทคโนโลยีจำเป็นต้องก้าวข้ามการเป็นเพียงนวัตกรรมเพื่อความแปลกใหม่ และต้องสามารถแสดงให้เห็นถึงคุณค่าที่ชัดเจนทั้งในด้านการรักษาพยาบาล ประสิทธิภาพการดำเนินงาน และความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ
“สำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เราเห็นโอกาสสำคัญในการใช้ข้อมูล ปัญญาประดิษฐ์ และเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อปรับปรุงความสามารถในการตัดสินใจ ลดขั้นตอนการทำงาน และสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ หัวใจสำคัญคือการผสานเทคโนโลยีเข้ากับกระบวนการที่ถูกต้อง ทักษะ และความเป็นผู้นำ เพื่อเปลี่ยนนวัตกรรมไปสู่ผลลัพธ์ที่มีคุณค่าต่อโรงพยาบาลและผู้ป่วยอย่างเป็นรูปธรรม” นายฟาบริซ กล่าว
ขณะเดียวกัน ประสบการณ์ของผู้ป่วย (Patient Experience) ยังคงเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญที่องค์กรด้านสาธารณสุขทั่วภูมิภาคกำลังทบทวนและปรับเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการ HMA 2026 จึงมุ่งสำรวจแนวทางการดูแลที่ยึดผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง ตั้งแต่การสื่อสาร การเพิ่มประสิทธิภาพระบบคัดแยกผู้ป่วย (Triage Optimization) การบริหารจัดการเตียง การดูแลอย่างต่อเนื่อง ไปจนถึงบทบาทของเทคโนโลยีในการสร้างเส้นทางการรับบริการของผู้ป่วยให้มีความไร้รอยต่อและราบรื่นยิ่งขึ้น
ในวาระครบรอบ 25 ปี Hospital Management Asia ยังคงตอกย้ำบทบาทของการเป็นแพลตฟอร์มระดับภูมิภาคสำหรับผู้นำด้านสาธารณสุขในการทำงานร่วมกัน แบ่งปันองค์ความรู้เชิงประจักษ์ และสร้างแนวทางปฏิบัติที่สามารถนำไปใช้ได้จริง เพื่อรับมือกับความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงของระบบสาธารณสุขในอนาคต
นายริชาร์ด ไอร์แลนด์ ซีอีโอ Clarion Events Asia กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 25 ปี งาน Hospital Management Asia ได้ทำหน้าที่เป็นพื้นที่สำคัญสำหรับผู้นำในวงการสาธารณสุขทั่วภูมิภาคในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ท้าทายแนวคิดแบบเดิม และเรียนรู้จากประสบการณ์ของผู้ที่อยู่ในอุตสาหกรรมโดยตรง
“ในช่วงเวลาที่ระบบสาธารณสุขกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ โจทย์เร่งด่วนไม่ใช่เพียงการค้นหานวัตกรรมแห่งอนาคต แต่คือการทำความเข้าใจว่าจะนำเทคโนโลยีและองค์ความรู้เหล่านั้นมาประยุกต์ใช้อย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างคุณค่าที่เป็นรูปธรรมได้อย่างไร HMA 2026 จึงเป็นเวทีรวมตัวของผู้นำในอุตสาหกรรม เพื่อเปลี่ยนองค์ความรู้เชิงประจักษ์ เทคโนโลยี และประสบการณ์ ไปสู่การลงมือปฏิบัติจริง ซึ่งจะนำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงที่มีความหมายต่อระบบสาธารณสุขและผู้ป่วยในท้ายที่สุด” นายริชาร์ด กล่าว










