สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดเสวนาเรื่อง “การเตรียมพร้อมและเสริมทักษะการเผชิญเหตุการณ์รุนแรงในสถานศึกษา ด้วยวิจัยและนวัตกรรม” ณ ศูนย์ส่งเสริมการวิจัยเพื่อมรดกทางวัฒนธรรม อาคาร วช. 8 โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวเปิดงาน พร้อมด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิจัย ผู้เชี่ยวชาญ และสื่อมวลชนเข้าร่วม

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง กล่าวว่า วช. ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาสังคม โดยเฉพาะประเด็น ความปลอดภัยในสถานศึกษา ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยทั้งองค์ความรู้ เครื่องมือ และนวัตกรรมที่ช่วยให้ครู นักเรียน และบุคลากรทางการศึกษามีความรู้และทักษะในการเตรียมพร้อม เฝ้าระวัง และรับมือกับสถานการณ์รุนแรงได้อย่างเหมาะสม
การเสวนาครั้งนี้จึงมุ่งสร้างพื้นที่แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์จากผู้เชี่ยวชาญหลายสาขา เพื่อนำไปสู่แนวทางการปฏิบัติที่สามารถประยุกต์ใช้ได้จริงในสถานศึกษา ตั้งแต่การสร้างความตระหนักรู้ การประเมินสถานการณ์ การตัดสินใจเมื่อเกิดเหตุ ไปจนถึงการลดความเสี่ยงและการจัดการสถานการณ์อย่างเป็นระบบ

ภายในงานมีการแลกเปลี่ยนความรู้ในหัวข้อ “รู้ทัน เตรียมพร้อม รับมือ: นวัตกรรมเสริมทักษะเผชิญเหตุรุนแรงในสถานศึกษา” โดย รศ.พ.ต.อ.ดร.ธิติ มหาเจริญ รองคณบดีคณะนิติวิทยาศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ และหัวข้อ “ความพร้อมสร้างความปลอดภัย: ทักษะการรับมือเมื่อเกิดสถานการณ์รุนแรง” โดย พ.ต.ต.นเรศฐ์ นาแพง สารวัตรกลุ่มงานการฝึกยุทธวิธี 1 ศูนย์ฝึกตำรวจ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ
นอกจากนี้ ยังมีการแลกเปลี่ยนในหัวข้อ “จากการรับรู้สู่การรับมือ: ทักษะเพื่อความปลอดภัยเมื่อเกิดเหตุ” โดย นางสาวปุณณัฐรา กลุจิตร์ธนพันธ์ ตำรวจรัฐสภา กลุ่มงานเทคโนโลยีรักษาความปลอดภัย สำนักรักษาความปลอดภัย สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร พร้อมเปิดเวทีให้ผู้เข้าร่วมร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและซักถาม เพื่อถอดบทเรียนและหาแนวทางพัฒนาระบบการเตรียมพร้อมรับมือเหตุการณ์รุนแรงให้เหมาะสมกับบริบทของสถานศึกษา

ผลจากการเสวนา มุ่งให้เกิดองค์ความรู้และแนวทางที่สามารถนำไปต่อยอดในสถานศึกษาได้จริง ทั้งการเสริมทักษะการเผชิญเหตุ การสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ครูและนักเรียน การพัฒนารูปแบบการฝึกซ้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน ตลอดจนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อสนับสนุนการป้องกันและเฝ้าระวังความเสี่ยง
วช. ย้ำว่า การสร้างความปลอดภัยในสถานศึกษาไม่สามารถดำเนินการโดยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานด้านการศึกษา หน่วยงานด้านความมั่นคง นักวิจัย ผู้เชี่ยวชาญ ครู บุคลากร และชุมชน โดยมี “วิจัยและนวัตกรรม” เป็นกลไกสำคัญในการเปลี่ยนองค์ความรู้ให้เป็นแนวทางปฏิบัติที่มีประสิทธิภาพ
การดำเนินงานดังกล่าวจะช่วยยกระดับศักยภาพของสถานศึกษาในการ ป้องกัน–เฝ้าระวัง–เตรียมพร้อม–รับมือ กับเหตุการณ์ฉุกเฉิน ลดความสูญเสียและผลกระทบจากเหตุการณ์รุนแรง พร้อมสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเอื้อต่อการเรียนรู้ของนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา อันเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนสังคมไทยสู่ความปลอดภัยอย่างยั่งยืนด้วยพลังของการวิจัยและนวัตกรรม








