ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือเครือข่ายเพื่อจัดตั้ง ศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีพลังงานนิวเคลียร์ (Hub of Talents for Nuclear Energy Technology: HOTNET) พร้อมกิจกรรม Thailand Nuclear Science Olympiad 2026 (ThaiNSO2026) และพิธีมอบรางวัลการแข่งขันวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์ระหว่างประเทศ โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวถึงการสนับสนุนการพัฒนาศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญ (Hub of Talents)
และศูนย์กลางองค์ความรู้ (Hub of Knowledge) รองศาสตราจารย์ ดร.ธวัชชัย อ่อนจันทร์ ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) กล่าวรายงานและกล่าวต้อนรับ ดร.วศิน เวชกามา ผู้บริหารจัดการศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีพลังงานนิวเคลียร์ กล่าวรายงานแนะนำความเป็นมา วัตถุประสงค์ และกิจกรรมภายใต้ของศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีพลังงานนิวเคลียร์

พร้อมด้วยผู้บริหารหน่วยงานภาคีเครือข่าย ผู้แทนภาครัฐ ภาคการศึกษา ภาคอุตสาหกรรม คณาจารย์ ครู นักเรียน และแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วม ณ ห้อง Grand Ballroom B โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร
ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ กล่าวว่า กระทรวง อว. ให้ความสำคัญกับการพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูง การวิจัยและนวัตกรรม เพื่อเป็นรากฐานในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยเฉพาะท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลกด้านพลังงาน เทคโนโลยี ภูมิรัฐศาสตร์ และสิ่งแวดล้อม ซึ่งประเทศไทยจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมด้านองค์ความรู้และบุคลากรในสาขาที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์เทคโนโลยีพลังงานนิวเคลียร์เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่ทั่วโลกให้ความสนใจมากขึ้น ทั้งในฐานะแหล่งพลังงานสะอาดและเทคโนโลยีขั้นสูง โดยเฉพาะ เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์แบบโมดูลาร์ขนาดเล็ก (Small Modular Reactor: SMR) ดังนั้น การมีบุคลากรที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และความพร้อมในการศึกษา วิจัย ประเมิน และกำกับดูแลเทคโนโลยีตามหลักวิชาการและมาตรฐานสากล จึงเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเตรียมความพร้อมของประเทศไทย

การจัดตั้ง HOTNET จึงถือเป็นก้าวสำคัญในการวางรากฐานด้านทุนมนุษย์ของประเทศ เป็นกลไกในการรวบรวมองค์ความรู้ พัฒนากำลังคน เชื่อมโยงผู้เชี่ยวชาญ และสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อยกระดับศักยภาพของประเทศไทยในการรองรับเทคโนโลยีพลังงานแห่งอนาคตอย่างเป็นระบบ

ด้าน ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง กล่าวว่า วช. ให้ความสำคัญกับการพัฒนาศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญ หรือ Hub of Talents และศูนย์กลางองค์ความรู้ หรือ Hub of Knowledge ให้เป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างความเข้มแข็งของระบบวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยมุ่งเน้นการเชื่อมโยง แลกเปลี่ยน ถ่ายทอด และต่อยอดองค์ความรู้ระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อสร้างบุคลากรทักษะสูง งานวิจัยและนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในมิติเศรษฐกิจ สังคม และการพัฒนาประเทศในระยะยาวที่ผ่านมา วช. ได้สนับสนุนการพัฒนาศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญและศูนย์กลางองค์ความรู้แล้ว 70 ศูนย์ ในหลากหลายสาขาที่มีความสำคัญ และพร้อมขยายการสนับสนุนไปสู่ประเด็นยุทธศาสตร์ใหม่ ๆ ที่ประเทศจำเป็นต้องเตรียมความพร้อม โดย HOTNET จะเป็นพื้นที่กลางในการเชื่อมโยงผู้เชี่ยวชาญ นักวิจัย สถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐ และภาคอุตสาหกรรม เพื่อร่วมกันพัฒนาบุคลากร สร้างองค์ความรู้ และยกระดับขีดความสามารถด้านการวิจัยและเทคโนโลยีพลังงานนิวเคลียร์ของประเทศไทย

ขณะที่ รองศาสตราจารย์ ดร.ธวัชชัย อ่อนจันทร์ กล่าวว่า สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทน. ได้ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา และภาคอุตสาหกรรม รวม 13 หน่วยงาน จัดตั้ง HOTNET เพื่อเป็นกลไกกลางในการรวบรวม เชื่อมโยง และพัฒนาศักยภาพบุคลากร องค์ความรู้ งานวิจัย นวัตกรรม และเครือข่ายความร่วมมือทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยมุ่งพัฒนากำลังคนทุกระดับ ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนา การฝึกอบรม การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ตลอดจนสนับสนุนข้อมูลทางวิชาการเพื่อประกอบการกำหนดนโยบายและการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศ
ด้าน ดร.วศิน เวชกามา ผู้บริหารจัดการศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีพลังงานนิวเคลียร์ กล่าวว่า การจัดตั้ง HOTNET เกิดขึ้นภายใต้บริบทที่เทคโนโลยีนิวเคลียร์ โดยเฉพาะ SMR มีบทบาทเพิ่มขึ้นในระดับโลก เพื่อรองรับความต้องการพลังงานสะอาดและโครงสร้างพื้นฐานแห่งอนาคต อาทิ Data Center และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ โดย HOTNET จะทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงองค์ความรู้ งานวิจัย และเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญ เพื่อยกระดับความพร้อมของประเทศไทย
นอกจากนี้ ภายในงานยังจัดกิจกรรม Thailand Nuclear Science Olympiad 2026 (ThaiNSO2026) และพิธีมอบเหรียญรางวัลแก่ผู้แทนประเทศไทยจากการแข่งขันวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์ระหว่างประเทศ รวมถึงมอบโล่แก่หน่วยงานผู้สนับสนุนโครงการ โดยรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ได้กล่าวแสดงความชื่นชมและยินดีกับนักเรียนผู้แทนประเทศไทยที่สร้างชื่อเสียงและความภาคภูมิใจให้แก่ประเทศ พร้อมชื่นชมคณะครู อาจารย์ ผู้ปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ร่วมกันส่งเสริมและสร้างโอกาสให้แก่เยาวชนไทย
ทั้งนี้ การจัดตั้ง HOTNET นับเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนากำลังคนและองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีพลังงานนิวเคลียร์ของประเทศ โดยมุ่งสร้างระบบนิเวศที่เชื่อมโยงผู้เชี่ยวชาญ นักวิจัย สถาบันการศึกษา ภาครัฐ และภาคอุตสาหกรรม เพื่อร่วมกันพัฒนางานวิจัย นวัตกรรม และการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีพลังงานนิวเคลียร์อย่างปลอดภัย มั่นคง และยั่งยืน รองรับการพัฒนาประเทศในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ







