วช. ลงพื้นที่ จ.เชียงราย ติดตามความก้าวหน้าโครงการแผนมุ่งเป้า ววน. นำโมเดลชุมชนนวัตกรเข้มแข็งรับมืออุทกภัย ณ ต.แม่ข้าวต้ม จ.เชียงราย

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ พร้อมด้วยคณะผู้ทรงคุณวุฒิจาก วช. นำคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตำบลแม่ข้าวต้ม อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย เพื่อติดตามผลสำเร็จ “โครงการนวัตกรรมกระบวนการชุมชนในการวางแผนรับมือวิกฤตอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดเชียงราย” โดย ผศ.ดร.จักรกฤษณ์ คณารีย์ จาก มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย เป็นหัวหน้าโครงการ พร้อมด้วยคณะนักวิจัยในพื้นที่ โดยมี นายบุรพล มุ้งทอง ปลัดอำเภอเมืองเชียงราย นายเพียร กันติ๊บ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่ข้าวต้ม ผู้นำชุมชน และประชาชนในพื้นที่ตำบลแม่ข้าวต้ม เข้าร่วมให้การต้อนรับและร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงพื้นที่ซึ่งการลงพื้นที่ในครั้งนี้มีเป้าหมายในการผลักดันองค์ความรู้จากงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์จริงในระดับพื้นที่ ผ่านความร่วมมือระหว่างนักวิจัยและชุมชน

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ได้สนับสนุนทุนวิจัยเพื่อขับเคลื่อนโครงการเสริมสร้างศักยภาพของชุมชนให้สามารถวางแผนและรับมือกับวิกฤตอุทกภัยอย่างเป็นระบบ ทั้งในระดับครัวเรือนและระดับหมู่บ้าน โดยผสานองค์ความรู้ส่งเสริมให้ประชาชนในพื้นที่มีส่วนร่วม เป็นผู้นำชุมชน หน่วยงานท้องถิ่น หรือภาคประชาสังคม โครงการนี้ถือเป็นต้นแบบสำคัญที่สะท้อนบทบาทของงานวิจัยและนวัตกรรมในการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนของประเทศ ทั้งด้านการจัดทำแผนที่ความเสี่ยง การพัฒนาระบบเตือนภัยล่วงหน้า และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือเพื่อรับมือกับภาวะวิกฤตน้ำท่วมอย่างยั่งยืน นำไปสู่การพัฒนาชุมชนที่เข้มแข็งและสามารถพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาวด้วยวิจัยและนวัตกรรม

 

ผศ.ดร.จักรกฤษณ์ คณารีย์ จาก มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย หัวหน้าโครงการ กล่าวว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดเชียงรายเมื่อปี 2567 ที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนเป็นวงกว้าง ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงได้ร่วมกันขับเคลื่อนนโยบายในทุกระดับ ทั้งเร่งด่วน ระยะกลาง และระยะยาว โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ ‘น้ำมั่นคง ไม่ท่วม ไม่แล้ง’ ตามนโยบายสำคัญของกระทรวง อว. ที่มุ่งเน้นใน 10 จังหวัดเป้าหมาย ซึ่งเชียงรายเป็นหนึ่งในนั้น อย่างไรก็ตาม โดยโครงการนวัตกรรมกระบวนการชุมชนในการวางแผนรับมือวิกฤตอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดเชียงราย เป็นการบริหารจัดการน้ำท่วมที่จำเป็นต้องเริ่มจากชุมชนเป็นศูนย์กลาง ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมและการบูรณาการของหน่วยงานในพื้นที่ การศึกษานี้จึงมุ่งพัฒนานวัตกรรมกระบวนการชุมชนรู้ทันน้ำท่วม โดยใช้ข้อมูลภูมิศาสตร์สารสนเทศ เพื่อประเมินพื้นที่เสี่ยง ร่วมกับการศึกษาระบบแจ้งเตือน ทั้งจากเทคโนโลยีและภูมิปัญญาท้องถิ่น พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับชุมชนและองค์กรท้องถิ่น เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนสามารถรับมือกับวิกฤตน้ำท่วมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความสูญเสีย และบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในระยะยาว

หลังจากการนำเสนอคณะผู้บริหารจาก วช. ได้ร่วมหารือกับผู้นำชุมชนในพื้นที่ เพื่อระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาต่อยอดงานวิจัยให้สอดคล้องกับบริบทและความต้องการของประชาชนในพื้นที่ในอนาคต

 

วช. มุ่งหวังให้โครงการนวัตกรรมกระบวนการชุมชนในการวางแผนรับมือวิกฤตอุทกภัย เป็นต้นแบบในการแก้ไขปัญหาภัยพิบัติของประเทศ ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้และขยายผลสู่พื้นที่อื่น ๆ ที่ประสบปัญหาอุทกภัย เพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการรับมือกับวิกฤตอย่างมีประสิทธิภาพ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน

  • Related Posts

    คีย์ อินโนเวธ ผนึกพลังเยาวชนอัสสัมชัญ บางรัก ส่งมอบนวัตกรรมช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมให้ กอ.รมน. เสริมภารกิจด่วนทั่วประเทศ

    กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) นำโดย พลโท ธนาธิป สว่างแสง ผู้อำนวยการสำนักกิจการมวลชนและสารนิเทศ เป็นผู้แทนรับมอบ “ชุดอุปกรณ์นวัตกรรมช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม” จาก บริษัท คีย์ อินโนเวธ จำกัด และแบรนด์ในเครือ Key Renovation เพื่อส่งต่อไปยังพื้นที่เสี่ยงภัยผ่านเครื่องบิน C-130 ของกองทัพอากาศ ช่วยสนับสนุนภารกิจในเขตน้ำท่วมลึกและพื้นที่เข้าถึงยากทั่วประเทศ โครงการนี้เกิดจากความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนและเยาวชนไทย โดยคีย์ อินโนเวธได้ร่วมพัฒนานวัตกรรมกับนักเรียนโรงเรียนอัสสัมชัญ บางรัก ภายใต้การเรียนการสอน STEM หัวข้อ “เอาตัวรอดจากภัยพิบัติ” นักเรียนได้จำลองสถานการณ์น้ำท่วม…

    สสว. ชูผลงาน “SME ปัง ตังได้คืน” หนุนกว่า 22,000 ราย สร้างเศรษฐกิจ 6,000 ล้านบาท เป้าปี 2569 ดันเพิ่มอีก 3,000 ราย

    สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) จัดงานแถลงข่าวประกาศความสำเร็จโครงการพัฒนาผู้ประกอบการผ่านระบบ Business Development Service (BDS) หรือ “SME ปัง ตังได้คืน” ซึ่งเป็นกลไกสำคัญช่วยลดต้นทุนธุรกิจและเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันให้ SME ไทยในช่วงเศรษฐกิจผันผวน โดยตลอดการดำเนินงานสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจสะสมกว่า 6,000 ล้านบาท และช่วยผู้ประกอบการแล้วมากกว่า 22,000 ราย นายวิทวัส ล่ำซำ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สสว. เปิดเผยว่า ระบบ BDS มีบทบาทสำคัญในการทำให้ SME ไทยเข้าถึงบริการพัฒนาธุรกิจได้ง่ายขึ้น…

    Leave a Reply

    Your email address will not be published. Required fields are marked *

    You Missed

    คีย์ อินโนเวธ ผนึกพลังเยาวชนอัสสัมชัญ บางรัก ส่งมอบนวัตกรรมช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมให้ กอ.รมน. เสริมภารกิจด่วนทั่วประเทศ

    • By Author
    • December 5, 2025
    • 28 views
    คีย์ อินโนเวธ ผนึกพลังเยาวชนอัสสัมชัญ บางรัก  ส่งมอบนวัตกรรมช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมให้ กอ.รมน. เสริมภารกิจด่วนทั่วประเทศ

    ฉลองครึ่งศตวรรษ ไทย–จีน “สุรศักดิ์” ชูวิทยาศาสตร์–นวัตกรรม ขับเคลื่อนอนาคตร่วมสองชาติ

    • By Author
    • November 30, 2025
    • 46 views
    ฉลองครึ่งศตวรรษ ไทย–จีน “สุรศักดิ์” ชูวิทยาศาสตร์–นวัตกรรม ขับเคลื่อนอนาคตร่วมสองชาติ

    วช. ชูนวัตกรรมบริหารโลจิสติกส์ ช่วยจัดการอุทกภัยภาคใต้ได้แม่นยำ–รวดเร็วกว่าเดิม

    • By Author
    • November 30, 2025
    • 44 views
    วช. ชูนวัตกรรมบริหารโลจิสติกส์ ช่วยจัดการอุทกภัยภาคใต้ได้แม่นยำ–รวดเร็วกว่าเดิม

    เปิดวิสัยทัศน์ ‘รมว.พัฒนา’ ยกระดับการแพทย์ไทยด้วย ATMP ขับเคลื่อนสุขภาพยุคใหม่

    • By Author
    • November 28, 2025
    • 37 views
    เปิดวิสัยทัศน์ ‘รมว.พัฒนา’ ยกระดับการแพทย์ไทยด้วย ATMP ขับเคลื่อนสุขภาพยุคใหม่

    สสว. ชูผลงาน “SME ปัง ตังได้คืน” หนุนกว่า 22,000 ราย สร้างเศรษฐกิจ 6,000 ล้านบาท เป้าปี 2569 ดันเพิ่มอีก 3,000 ราย

    • By Author
    • November 27, 2025
    • 32 views
    สสว. ชูผลงาน “SME ปัง ตังได้คืน” หนุนกว่า 22,000 ราย สร้างเศรษฐกิจ 6,000 ล้านบาท เป้าปี 2569 ดันเพิ่มอีก 3,000 ราย

    วช. จัด “NRCT Forum 2025” ครบรอบ 66 ปี ชูบทบาทวิจัย-นวัตกรรม ขับเคลื่อนอนาคตประเทศไทย

    • By Author
    • November 27, 2025
    • 41 views
    วช. จัด “NRCT Forum 2025” ครบรอบ 66 ปี ชูบทบาทวิจัย-นวัตกรรม ขับเคลื่อนอนาคตประเทศไทย